เบียร์ลาเกอร์ คืออะไร ทำไมถึงเป็นเครื่องดื่มที่คนไทย(และคนทั้งโลก)หลงรัก

Liquid-Malt-Extract

ไขความลับหลังฟองนุ่ม: เบียร์ลาเกอร์ คืออะไร ทำไมถึงเป็นเครื่องดื่มที่คนไทย(และคนทั้งโลก)หลงรัก!

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักดื่มหน้าใหม่และคอคราฟต์เบียร์ทุกท่าน! วันนี้เราจะมานั่งล้อมวงคุยกันแบบสบายๆ สไตล์คนกันเอง ใครที่เพิ่งเริ่มก้าวเท้าเข้ามาในวงการนี้ เวลาไปยืนหน้าตู้แช่หรือดูเมนูที่บาร์คราฟต์เบียร์ คงเคยแอบสับสนใช่ไหมครับว่าเอ๊ะ เมนูมันมีทั้ง เอล (Ale), ไอพีเอ (IPA), สเตาต์ (Stout) แล้วไอ้คำว่า เบียร์ลาเกอร์ คืออะไร กันแน่? ทำไมไปที่ไหนก็เจอแต่มัน

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกกัน ผมอยากให้คุณลองหลับตาแล้วจินตนาการตามผมดูนะครับ… นึกถึงช่วงบ่ายวันหยุดที่อากาศร้อนอบอ้าว พระอาทิตย์ส่องแสงเปรี้ยงๆ จนเหงื่อซึม คุณเดินเข้าไปในร้านโปรด สั่งเบียร์สีทองอำพันเย็นเจี๊ยบ แก้วมีหยดน้ำเกาะพราว คุณยกแก้วขึ้นดื่ม สัมผัสแรกคือฟองนุ่มๆ ตามด้วยความเย็นซ่าที่ไหลลงคอ รสชาติคลีนๆ สดชื่นที่ล้างความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น… ความรู้สึกชื่นใจแบบนี้นี่แหละครับคือคำตอบที่แท้จริง เพราะในมุมของการเล่าเรื่องเพื่อสร้างประสบการณ์หรือ StorySelling นั้น ลูกค้าไม่ได้แค่ซื้อเครื่องดื่ม แต่พวกเขาซื้อ “ชีวิตหลังใช้สินค้า” หรือโมเมนต์ความสุขของการได้นั่งชิลพักผ่อนต่างหาก และเรื่องราวที่ดีจะช่วยดึงดูดความสนใจ (Attention) สร้างความรู้สึกร่วม (Emotion) และทำให้ลูกค้าเกิดภาพในหัว (Simulation) ว่าการได้ดื่มเบียร์แก้วนั้นมันวิเศษแค่ไหน

Inspiration: เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายของ ความหมายเบียร์ลาเกอร์

ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่หน้าเตาต้มเบียร์มานาน ผมขอบอกเลยว่า สำหรับ Brewer หรือคนทำเบียร์แล้ว ลาเกอร์คือ “ปราบเซียน” ครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเบียร์สไตล์นี้มันดูธรรมดา ดื่มง่าย น่าจะทำง่าย แต่ความจริงแล้วมันตรงกันข้ามเลย ความหมายเบียร์ลาเกอร์ ในทางเทคนิคคือการหมักบ่มที่ใช้ยีสต์ประเภทนอนก้น (Bottom-fermenting yeast) ซึ่งทำงานในอุณหภูมิที่เย็นจัด (ประมาณ 7-13 องศาเซลเซียส) และต้องใช้เวลาหมักบ่ม (Lagering) ในแทงก์นานกว่าเบียร์เอล (Ale) มาก

ความท้าทายมันอยู่ตรงที่ ลาเกอร์เป็นเบียร์ที่มีรสชาติ “คลีน” (Clean) มากๆ มันไม่มีกลิ่นฮอปส์ผลไม้แรงๆ หรือมอลต์คั่วไหม้สีดำขลับมาช่วยกลบรสชาติที่ไม่พึงประสงค์ ถ้าคนต้มคุมอุณหภูมิพลาด คุมความสะอาดไม่ดี หรือยีสต์เกิดความเครียด รสชาติที่เพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียวจะฟ้องออกมาในแก้วทันที นี่แหละครับคือความซื่อสัตย์และเสน่ห์ของลาเกอร์ที่ทำให้ Brewer หลายคนหลงใหลและพยายามเอาชนะมันให้ได้

Knowledge: ถอดรหัส lager beer คือ อะไร ทำไมถึงครองใจคนทั้งโลก

ถ้าจะให้อธิบายสาระแบบเข้าใจง่ายๆ lager beer คือ เบียร์ที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา ดื่มง่าย สดชื่น และมีสีเหลืองทองใส (แม้ว่าจริงๆ จะมีลาเกอร์สีเข้มอย่าง Dunkel ด้วยก็ตาม) ต้นกำเนิดของมันต้องย้อนไปที่ประเทศเยอรมนีในยุคที่ยังไม่มีตู้เย็น คนทำเบียร์ต้องเอาถังเบียร์ไปเก็บไว้ในถ้ำน้ำแข็งบนภูเขาแอลป์ เพื่อให้มันค่อยๆ หมักบ่มอย่างช้าๆ

ความแตกต่างหลักๆ ระหว่าง เอล กับ ลาเกอร์ ก็คือ “อุณหภูมิและชนิดของยีสต์” ครับ เอลใช้ยีสต์ลอยผิว (Top-fermenting) หมักในอุณหภูมิห้อง ทำให้มีรสชาติซับซ้อนและมีกลิ่นผลไม้หรือเครื่องเทศ (Fruity/Spicy esters) ในขณะที่ ลาเกอร์ หมักในที่เย็นจัด ทำให้ยีสต์ทำงานช้าลง ผลลัพธ์ที่ได้คือเบียร์ที่มีรสชาติของมอลต์และฮอปส์แบบตรงไปตรงมา สดชื่น และเก็บไว้ได้นานกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์เบียร์กระแสหลักทั่วโลกถึงเลือกผลิตลาเกอร์เป็นหลัก เพราะมันตอบโจทย์สภาพอากาศและการดื่มเพื่อความสดชื่นได้ดีที่สุดนั่นเองครับ

Community: คราฟต์ลาเกอร์ไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

เมื่อก่อนเวลาเราพูดถึงเบียร์ลาเกอร์ในไทย เรามักจะนึกถึงแค่เบียร์แบรนด์ใหญ่ๆ ในร้านสะดวกซื้อ แต่ปัจจุบันวงการคราฟต์เบียร์ไทยก้าวไปไกลมากครับ มีกลุ่ม Home Brewer และคนทำแบรนด์รุ่นใหม่หลายคนที่หันมาจับสไตล์ลาเกอร์และสร้างสรรค์มันด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น (Local Ingredients)

สิ่งที่น่าภูมิใจคือ เราเริ่มเห็น “Rice Lager” หรือเบียร์ลาเกอร์ที่ผสมข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวดำ หรือข้าวสังข์หยดจากเกษตรกรไทย การใส่ข้าวลงไปไม่ได้ทำให้เบียร์เป็นรสข้าวสวยปนน้ำซุปนะครับ แต่มันช่วยให้เนื้อเบียร์มีความเบา ดื่มลื่นคอ (Crisp) และมีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การทำคราฟต์ลาเกอร์สไตล์นี้คือการเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ของคนต้มเบียร์เข้ากับเกษตรกรท้องถิ่น เป็นการยกระดับของดีในบ้านเราให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีคลาสและมีเรื่องราวที่น่าสนใจสุดๆ

Future & Trend: อนาคตของลาเกอร์ในตลาดเอเชีย

แล้วอนาคตของ lager beer คือ อะไรในยุคที่คนแห่ไปดื่มคราฟต์เบียร์รสชาติแปลกๆ? จากประสบการณ์และการเฝ้าสังเกตเทรนด์ตลาดทั้งในไทยและเอเชีย ผมมองว่า “ลาเกอร์กำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์อย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบที่พรีเมียมขึ้น” ครับ

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงวัฒนธรรมการกินอาหารที่มีรสจัดจ้าน (ส้มตำ ต้มยำ หม่าล่า) เบียร์ที่จับคู่กับอาหารเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็ยังคงเป็นลาเกอร์ที่ดื่มง่ายและช่วยล้างปาก (Palate cleanser) ได้ดี เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ “Craft Premium Lager” และ “Session Lager” ที่เน้นใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ฮอปส์สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้กลิ่นซิตรัสเบาๆ ดื่มแล้วไม่หนักท้อง และมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่พอเหมาะ ทำให้สามารถนั่งจิบพูดคุยกับเพื่อนฝูงได้ยาวๆ ตลอดคืน

สรุปแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักว่า เบียร์ลาเกอร์ คืออะไร หรือเป็นสายคราฟต์ที่ดราฟต์เบียร์มาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ลาเกอร์ก็ยังคงเป็นเพื่อนแท้ที่ซื่อสัตย์ เป็นรสชาติแห่งความสดชื่นที่ไม่มีวันตาย เย็นนี้หลังเลิกงาน ลองแวะไปที่คราฟต์บาร์ใกล้บ้าน แล้วสั่งคราฟต์ลาเกอร์ฝีมือคนไทยมาลองจิบดูสักแก้วสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่า ภายใต้สีทองใสๆ และฟองนุ่มๆ นั้น มีความตั้งใจและเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่ ชนแก้วครับ!