เบียร์ดำเยอรมัน Schwarzbier

เบียรดำเยอรมัน -g02

เบียร์ดำเยอรมัน Schwarzbier

สวัสดีครับ! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องของเบียร์ดำเยอรมันกันดีกว่า เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อของเบียร์ชนิดนี้มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและมีที่มาที่ไปอย่างไร เบียร์ดำเยอรมันหรือที่เรียกกันว่า Schwarzbier นั้นเป็นเบียร์ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะในแถบรัฐบาวาเรีย และเป็นที่นิยมดื่มกันมาตั้งแต่ยุคกลาง

เบียร์ดำเยอรมันมีลักษณะเด่นตรงที่สีของมันค่อนข้างดำ จึงเป็นที่มาของชื่อนี้นั่นเอง แต่รสชาติของมันกลับไม่ได้เข้มข้นหรือฉุนจัดอย่างที่หลายคนคิด ตรงกันข้ามเบียร์ชนิดนี้มีรสชาติที่นุ่มนวล ละมุน ดื่มง่าย และให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับการดื่มในวันสบายๆ หรือยามผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง

เบียรดำเยอรมัน -g02

สีที่ดำสนิทของเบียร์ดำเยอรมันนั้นได้มาจากการใช้มอลต์บาร์เลย์คั่วที่มีสีเข้มเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต โดยมอลต์เมล็ดนี้จะถูกคั่วที่อุณหภูมิค่อนข้างสูงและเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดสารสีน้ำตาลเข้มจนดำ และให้กลิ่นหอมคล้ายกาแฟหรือช็อกโกแลต แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้รสชาติของเบียร์ไม่ขมจนเกินไปด้วย ซึ่งถือเป็นความลงตัวที่น่าทึ่งทีเดียว

นอกจากมอลต์บาร์เลย์แล้ว ส่วนผสมสำคัญอีกอย่างในการผลิตเบียร์ดำเยอรมันก็คือฮอปส์ ซึ่งเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ให้ความขมเฉพาะตัว แต่สำหรับเบียร์ชนิดนี้มักจะใช้ฮอปส์ในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเบียร์ประเภทอื่นๆ ทำให้ได้เบียร์ที่มีรสขมกำลังดี ไม่ถึงกับฝาด แต่ช่วยดึงรสชาติของมอลต์ออกมาได้อย่างโดดเด่นยิ่งขึ้น

เบียรดำเยอรมัน -g01

ด้วยคุณลักษณะที่กล่าวมานี้ ทำให้เบียร์ดำเยอรมันเหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเมนูเนื้อสัตว์อย่างสเต็กหรือไส้กรอก อาหารทะเลอย่างหอยนางรมหรือปลาย่าง รวมถึงอาหารประเภทเผ็ดร้อนอย่างอาหารไทยหรืออาหารเม็กซิกันก็เข้ากันได้ดีเช่นกัน เพราะรสชาติที่นุ่มนวลของเบียร์จะช่วยดับความเผ็ดร้อนและเพิ่มรสสัมผัสได้เป็นอย่างดี

นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีงานวิจัยที่พบว่าเบียร์ดำอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ ด้วย อาทิ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น และอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์เนื่องจากสารประกอบฟลาโวนอยด์ที่พบในฮอปส์ ซึ่งงานวิจัยเหล่านี้ยังต้องมีการค้นคว้าและรับรองจากงานวิจัยทางการแพทย์อีกที ดังนั้นก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น อย่างลืมว่าเบียร์ก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ไม่ดื่มมากเกินไปจนเป็นโทษต่อร่างกาย

โดยในประเทศเยอรมนีนั้น มีโรงเบียร์มากมายที่ผลิตเบียร์ดำออกมาวางจำหน่าย ทั้งแบบขายในท้องถิ่นและส่งออกไปขายทั่วโลก โดยแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้แก่ Köstritzer, Krombacher, Paulaner, Einbecker และ Kulmbacher เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีสูตรเฉพาะที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่คุณภาพและรสชาติโดยรวมยังคงเป็นเบียร์ดำสไตล์เยอรมันที่คุ้นเคยกันดี

เมื่อกล่าวถึงเบียร์ดำเยอรมัน หลายคนอาจสับสนอยู่บ้างระหว่าง Dunkel และ Schwarzbier ดังนั้นเรามาสรุปความแตกต่างระหว่าง Munich Dunkel และ Schwarzbier พอสังเขปได้ดังนี้

Munich Dunkel:

  • เบียร์สีเข้มจากเยอรมัน แต่ไม่ดำสนิท อาจมีโทนสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม
  • กลิ่นและรสชาติของมอลต์เด่นชัด มีความหวานและขมระหว่างมอลต์กับฮอพส์สมดุลกัน
  • อาจมีกลิ่นช็อคโกแลต, มอลต์คั่ว, ถั่ว, คาราเมล, ขนมปังและบิสกิต
  • มีฟองนุ่มครีมสีอ่อนถึงบรอนซ์ แอลกอฮอล์ 4.5-5.6%
  • แม้ชื่อระบุเมืองมิวนิค แต่นิยมทั่วแคว้นบาวาเรีย

Schwarzbier:

  • เบียร์สีดำจากเยอรมัน เข้มกว่า Munich Dunkel แต่ไม่ดำสนิท อาจมีโทนสีแดงทับทิม
  • รสชาติแห้งกว่า มีรสมอลต์คั่วปานกลาง (แต่ไม่มากเกินไป) เป็นสไตล์เดียวในหมวด Dark Lager ที่มีรสคั่ว
  • มีความสมดุลระหว่างกลิ่นและรสชาติกาแฟ, ช็อคโกแลต, ทอฟฟี่ อาจมีโน้ตคาราเมลด้วย
  • รสชาติของมอลต์โดดเด่น ขมจากฮอพส์ระดับกลาง ไม่ฝาด ไม่ขมจัด ดื่มง่าย นุ่มนวล
  • แอลกอฮอล์ 4.4-5.4% ใช้มอลต์มิวนิคและพิลส์เนอร์เป็นส่วนผสมหลัก

เบียรดำเยอรมัน -g03

โดยสรุป Munich Dunkel ให้ความรู้สึกสบายๆ ซับซ้อน ค่อยๆ คลี่คลายรสชาติในแต่ละอึก ส่วน Schwarzbier มีรสชาติแห้งหวานกว่า เหมือน Guinness Stout ที่หมักแบบลาเกอร์

หากใครกำลังอยากหาเบียร์แนวใหม่ๆ มาลองทำความรู้จักเจ้าเบียร์ดำเยอรมันตัวนี้ดู รับรองว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์งานคราฟเบียร์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจไม่น้อยเลยล่ะครับ ถึงแม้อาจจะหาได้ยากหน่อยในบ้านเรา แต่ก็มีให้เห็นอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านนำเข้าทั่วไป ซึ่งราคาจะแรงกว่าเบียร์ทั่วๆ ไปบ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพและรสชาติที่ได้อย่างแน่นอนครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *